เมื่อวันที่ 14 มิ.ย. นายธีระชัย พงศ์พนางาม กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท สามารถ เอวิเอชั่น โซลูชั่นส์ จำกัด (มหาชน) หรือ SAV เปิดเผยว่า บริษัท แคมโบเดีย แอร์ ทราฟฟิค เซอร์วิส จำกัด (CATS) ซึ่ง SAV ถือหุ้นใน CATS 100% ยังคงเป็นผู้ให้บริการเพียงรายเดียวที่ได้รับสัมปทานจากรัฐบาลกัมพูชา ในการบริหารจัดการจราจรทางอากาศครอบคลุมเส้นทางบินทั้งหมดของน่านฟ้าประเทศกัมพูชา โดยเมื่อปี 65 กัมพูชามีแผนสร้างสนามบินแห่งใหม่ ได้แก่ สนามบินเสียมเรียบ (เสียมราฐ อังกอร์) และสนามบินพนมเปญ (เตโชตาเขมา) ทางบริษัทฯ จึงลงทุนด้านการบริหารจัดการจราจรทางอากาศเพิ่มสนามบินละ 5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 170 ล้านบาท และสามารถเจรจาขอขยายสัมปทานได้มาเพิ่มอีก 10 ปี ส่งผลให้สัมปทานมีระยะเวลารวมเป็น 49 ปี (ปี 2545-2594) ปัจจุบันให้บริการมาแล้ว 20 ปี ยังเหลืออีก 29 ปี
นายธีระชัย กล่าวต่อว่า ขณะนี้บริษัทฯ ได้ติดตั้งอุปกรณ์ต่างๆ และเทคโนโลยีที่เกี่ยวกับการบริหารจัดการจราจรทางอากาศ พร้อมทั้งจัดเตรียมบุคลากรไว้พร้อมแล้ว 100% เพื่อรองรับการเปิดให้บริการในส่วนของสนามบินเสียมเรียบแห่งใหม่ ที่จะเปิดให้บริการประมาณปลายปี 66 พร้อมกันนี้ได้จัดเตรียมอุปกรณ์ต่างๆ เพื่อติดตั้ง และใช้ดำเนินงานที่สนามบินพนมเปญแห่งใหม่ ที่คาดว่าจะเปิดให้บริการได้ภายในปี 68 ซึ่งสนามบินแห่งนี้จะมีขนาดใหญ่เทียบเท่ากับสนามบินสุวรรณภูมิ สามารถรองรับเครื่องบินขนาดใหญ่ อาทิ แอร์บัส A380 ได้ และจะสามารถรองรับการเติบโตของการจราจรทางอากาศกัมพูชาได้ในอนาคตคำพูดจาก สล็อตเว็บตรง
นายธีระชัย กล่าวอีกว่า ปัจจุบันปริมาณเที่ยวบินสนามบิน 6 แห่งของกัมพูชา ได้แก่ สนามบินนานาชาติพนมเปญ สนามบินนานาชาติเสียมเรียบ สนามบินนานาชาติสีหนุ สนามบินพระตะบอง สนามบินเกาะกง และสนามบินสตึงเตรง เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยเมื่อปี 65 ปริมาณเที่ยวบินกลับมา 60% ของปริมาณเที่ยวบินปี 62 ซึ่งเป็นปีก่อนเกิดการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 อยู่ที่ประมาณ 1.3 แสนเที่ยวบิน คาดว่าปี 66 ปริมาณเที่ยวบินจะกลับมาประมาณ 85% ของปี 62 และกลับมา 100% ในปี 67 อย่างไรก็ตาม ในส่วนของรายได้ กลับมาเพิ่มขึ้นต่อเนื่องเช่นกัน โดยปี 62 รายได้อยู่ที่กว่า 2 พันล้านบาท ขณะที่ปี 63 ซึ่งได้รับผลกระทบจากโควิด-19 รายได้อยู่ที่ประมาณ 724 ล้านบาท
นายธีระชัย กล่าวด้วยว่า ปี 64 อยู่ที่ประมาณ 459 ล้านบาท และกลับมาฟื้นตัวอีกครั้งในปี 65 รายได้อยู่ที่ประมาณ 1.2 พันล้านบาท และคาดว่าปี 66 รายได้จะกลับมาเติบโตกว่าปี 65 ประมาณ 30-40% ส่วนปี 67 รายได้จะกลับมาแตะที่ระดับ 2 พันล้านบาท และจะทะลุ 3 พันล้านบาท ได้ใน 5-6 ปีหลังจากนี้ อย่างไรก็ตามสำหรับแผนการบริหารจัดการจราจรทางอากาศในประเทศอื่นๆ นั้น โอกาสไม่ได้มีสูงมากนัก แต่ก็มีความเป็นไปได้ ซึ่งประเทศในแถบอาเซียนส่วนใหญ่ดำเนินการโดยภาครัฐทั้งหมด แต่หากมีการเปิดให้เอกชนสามารถเข้าไปบริหารได้ บริษัทฯ ก็มีความพร้อม
นายธีระชัย กล่าวอีกว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา บริษัทฯ ถือว่าประสบความสำเร็จในการขยายระยะเวลาสัมปทานต่อเนื่องถึง 3 ครั้ง และสัมปทานล่าสุดครอบคลุมถึงปี 94 ทำให้ธุรกิจของ SAV มีเสถียรภาพอย่างสูง ทาง SAV จึงมีแผนเตรียมเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยในปีนี้ โดยได้ยื่นแบบแสดงรายการข้อมูล เพื่อเสนอขายหุ้นสามัญต่อคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) แล้ว และคาดว่าจะสามารถเข้าเทรดในตลาดหลักทรัพย์ได้ภายในช่วงไตรมาสที่ 3 ปี 66 (ก.ค.-ก.ย. 66) โดยมีแผนจะเสนอขายหุ้นสามัญไม่เกิน 224 ล้านหุ้น หรือไม่เกิน 35% ของทุนจดทะเบียนชำระแล้วของบริษัทฯ